มะม่วงอกร่อง (okrong)

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

 

มะม่วงอกร่อง (okrong) วงศ์  Anacardiaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera indica Linn.ลักษณะเด่นของผลมะม่วงอกร่อง ลำต้นเพลาตรง สูงปานกลาง แตกทรงพุ่มหนาทึบเป็นรูปฉัตร ผลมีรูปไข่ ผลส่วนบนใหญ่ และคอดเล็กลงด้านล่างได้สมส่วน เปลือกผลค่อนข้างบาง ผลสุกมีสีเหลืองครีมหรือเหลืองอมส้ม เนื้อผลมีสีเหลืองอมขาวหรือเหลืองครีม เนื้อนุ่ม ฉ่ำด้วยน้ำหวาน เมล็ดมีเสี้ยนติด แทรกเข้ามาในเนื้อผล มีรสหวานมากกว่ามะม่วงทุกชนิด แม้ผลดิบที่ยังไม่แก่มาก หากนำมาบ่มก็ยังให้รสหวานจัดได้

การปลูกมะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง เป็นที่นิยมปลูกในทุกครัวเรือน ส่วนมากปลูกเพื่อรับประทานเอง ทั้งในพื้นที่ว่างของบ้าน และตามหัวไร่ปลายนา แต่ก็พบการปลูกในแปลงใหญ่เพื่อการค้าบ้าง

ลักษณะเด่นมะม่วงอกร่อง

  1. ติดผลดก มีอายุยืนยาว
  2. ทนแล้งได้ดี
  3. เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน
  4. โตเร็ว
  5. ทนต่อโรค และแมลง

 

ลักษณะด้อยมะม่วงอกร่อง

  1. ต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีความสูงมาก แตกทรงพุ่มใหญ่
  2. ผลสุกมีเสี้ยนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับมะม่วงชนิดอื่น
  3. เปลือกผลสุกบาง ทำให้ซ้ำง่ายเวลาขนส่ง

 

รูปแบบการปลูกมะม่วงอกร่อง

  1. การปลูกเพื่อรับประทานเอง

การปลุกมะม่วงอกร่องรูปแบบนี้ พบได้ทั่วไปในทุกภาค มีวัตถุประสงค์เพื่อรับประทานผล และให้ร่มเงาเป็นหลัก โดยมักปลูกตามบ้าน และหัวไร่ปลายนาเพียงไม่กี่ต้น ทั้งใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ดหรือต้นพันธุ์จากการตอนกิ่งหรือการเสียบยอด เกษตรกรมักปลูกในต้นฤดูฝน หลังปลูกปล่อยให้เติบโคตามธรรมชาติ ไม่ต้องการดูแลมาก เพียงทำไม้ปักล้อมสำหรับป้องกันสัตว์แทะเล็มก็เพียงพอ

 

  1. การปลูกในแปลงใหญ่เพื่อจำหน่าย

การปลูกรูปแบบนี้ เป็นการปลูกเพื่อการค้าในแปลงใหญ่ จำนวนหลายสิบต้นขึ้นไป มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจำหน่ายผลดิบหรือผลสุกเป็นหลัก โดยเกษตรกรมักปลูกด้วยต้นพันธุ์จาการตอนกิ่งหรือการเสียบยอด เพราะสามารถให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกด้วยเมล็ด

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

การเตรียมแปลงปลูก และหลุมปลูก

– ไถพรวนแปลง 1-2 รอบ แต่ละรอบตากดิน 5-10 วัน พร้อมกำจัดวัชพืชออกให้หมด

– ขุดหลุมปลูก กว้าง ลึก ประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร

– ระยะห่างระหว่างหลุม และแถว สำหรับต้นจากการเพาะเมล็ดที่ 8-10 x 8-10 เมตร สำหรับต้นจากการตอนหรือเสียยอดที่ 6-8 x 6-8 เมตร

– ตากหลุมไว้นาน 3-5 วัน

 

การปลูก

– ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

– โรยก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 3-5 กำมือ/หลุม

– โรยด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 กำมือ/หลุม

– เกลี่ยหน้าดินด้านบนลงคลุกผสม

– ฉีกถุงเพาะชำออก ก่อนนำต้นลงปลูก พร้อมนำหน้าดินลงกลบ

– ใช้ไม้ไผ่ปักข้างลำต้น พร้อมรัดลำต้นกับลำไม้ใช้พอหลวมๆ

 

การให้น้ำ

หลังการปลูกในช่วงแรก หากฝนทิ้งช่วงหลายวัน จำเป็นต้องให้น้ำ ประมาณวันละครั้ง จากนั้น ปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ พอเข้าหน้าแล้งค่อยให้น้ำอีกครั้ง วันละ 1 ครั้ง จนต้นมีอายุได้ประมาณ 3 ปี ค่อยปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ แต่จำเป็นต้องให้น้ำเพิ่มในช่วงการปล่อยติดผล

 

การใส่ปุ๋ย

– หลังการปลูกในระยะ 1-3 ปีแรก ก่อนปล่อยติดผล ให้ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีรอบโคนต้น ปีละ 2 ครั้ง อัตราปุ๋ยคอก 4-6 กำมือ/ต้น ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 กำมือ/ต้น

– ช่วงการติดผลในปีที่ 3-4 เป็นต้นไป ให้ใส่ 2 ระยะ คือ ระยะก่อนหรือในช่วงออกดอก ด้วยปุ๋ยคอกในอัตราเดียวกันกับ 1-3 ปี ส่วนปุ๋ยเคมีเปลี่ยนเป็นสูตร 10-10-20 และระยะหลังเก็บผล ด้วยปุ๋ย และอัตราเดียวกันกับ 1-3 ปี

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

การตัดดอก

การปลูกในแปลงใหญ่ด้วยต้นพันธุ์การตอนหรือการเสียบยอด หลังการปลูก 1-3 ปีแรก จำเป็นต้องปล่อยให้ต้นเติบโต และแตกกิ่งจำนวนมากก่อน ซึ่งจำเป็นต้องเด็ดดอกที่ออกทิ้ง หรืออาจปล่อยให้ติดผลเพียงเล็กน้อยเพื่อรับประทาน จากนั้น ในปีที่ 3-4 ค่อยปล่อยให้ออกดอก และติดผลทั้งต้น

 

การเก็บผลผลิต

มะม่วงอกร่องมีอายุพร้อมเก็บผลประมาณ 110-120 วัน หลังติดผล ทั้งนี้ควรเก็บผลในระยะผลแก่หรือผลห่าม ไม่ควรเก็บขณะที่ผลสุกบนต้น เพราะผลจะซ้ำง่าย มีอายุการเก็บน้อย