ฝิ่นต้น เป็นหนึ่งในสมุนไพรโบราณที่มีระบุอยู่ในตำรับยาหลายชนิดแต่คนในปัจจุบันอาจจะไม่รู้จักสมุนไพรนี้แต่เนื่องจากเป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยามากมายหลายอย่างเช่น ใช้เป็นยาแก้บิดปวดเบ่ง แก้ท้องเสีย ท้องร่วง เป็นยาแก้โรคลำไส้ ช่วยขับลมในลำไส้ เป็นยาแก้ลมและโลหิต ใช้เป็นยาคุมธาตุ ปรับสมดุลธาตุในร่างกายใช้เป็นยาแก้อาการลงแดง ใช้ปรุงเป็นยาแก้อาเจียน เป็นต้น นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์แล้วยังสามารถนำเอาใบมาใช้เป็นยารักษาหิดและเหาได้อีกด้วย

ฝิ่นต้น

ฝิ่นต้น(Coral bush)มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Jatropha multifida L.จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราEUPHORBIACEAEมีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นพื้นเมืองว่า มะหุ่งแดง (ภาคเหนือ), มะละกอฝรั่ง (กรุงเทพฯ), ทิงเจอร์ต้น ว่านนพเก้า (คนเมือง) เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของฝิ่นต้น

ฝิ่นต้นเป็นพันธุ์พืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภูมิภาคทวีปแอฟริกาใต้และทวีปอเมริกาเหนือเป็นสมุนไพรที่ชนชาวพื้นเมืองนิยมใช้กันมาอย่างช้านานแล้วโดยประเทศที่นิยมปลูกพืชชนิดนี้ได้แก่ มาดากัสการ์ แอฟริกาใต้ เป็นต้นโดยในประเทศไทยสามารถพบเจอพืชชนิดนี้ได้ตามพืชที่รกร้างและป่าไม้ทุกประเภทยกเว้นป่าเต็งรัง

ประโยชน์และสรรพคุณของฝิ่นต้น

  • มีสรรพคุณเป็นยาแก้ลมและโลหิต
  • ใช้เป็นยาคุมธาตุ ปรับสมดุลธาตุในร่างกาย
  • ใช้เป็นยาแก้อาการลงแดง
  • ใช้ปรุงเป็นยาแก้อาเจียน
  • แต่ก็ทำให้อาเจียนได้เช่นกัน และมีอันตรายมากจนอาจใช้เป็นยาเบื่อได้ จึงไม่นิยมใช้กัน
  • ใช้เป็นยาแก้บิดปวดเบ่ง แก้ท้องเสีย ท้องร่วง
  • เป็นยาแก้โรคลำไส้ ช่วยขับลมในลำไส้
  • ช่วยย่อยอาหาร กระตุ้นทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น
  • ใบของฝิ่นต้นมีฤทธิ์ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ
  • น้ำมันจากเมล็ดฝิ่นต้น ใช้เป็นยาทำให้แท้งบุตร
  • ยางใสจากก้านใบใช้ใส่แผลสดเป็นยาช่วยสมานแผล
  • ใช้ทาแก้แผลปากเปื่อย แผลมีดบาด แผลอักเสบเรื้อรัง
  • ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ช่วยบรรเทาอาการลงแดงเนื่องจากอาการติดสารเสพติด
  • ใช้เป็นยาฆ่าหิด กำจัดพยาธิผิวหนัง ใช้สระผมแก้เหา
  • เป็นยาแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเมื่อยตามข้อ ปวดเส้นเอ็น

ฝิ่นต้น

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของฝิ่นต้น

  • ลำต้นของฝิ่นต้น จัดเป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งหรือพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กโดยลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะละกอ แต่มีขนาดของลำต้นเล็กกว่าและเป็นแกนแข็งกว่ามะละกอมาก โดยความสูงของลำต้นโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 2-3 เมตรแต่หากอยู่ในสภาพภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะอาจสูงได้ถึง 6 เมตร ลำต้นค่อนข้างอวบน้ำ เปลือกเรียบมีสีเทาและมีกระเป็นจุดเล็ก ๆ มียางสีขาว รากมีลักษณะเป็นหัว
  • ใบของฝิ่นต้น ใบของพืชชนิดนี้เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับลักษณะของแผ่นใบเป็นรูปกลมขอบใบลึกเป็นแฉกเว้าลึกลักษณะคล้ายกับรูปฝ่ามือคน ในขอบใบบริเวณที่เป็นแฉกจะหยักเป็นซี่ฟันปลาช่วงกลางขอบใบ ปลายเป็นติ่งแหลมถึงยาวคล้ายหาง ปลายใบแหลมแผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน หลังใบเรียบ ก้านใบยาวกลม
  • ดอกของฝิ่นต้น ลักษณะการออกดอกของพืชชนิดมักออกเป็นช่อแบนแน่นติดกันแบบช่อเชิงหลั่น โดยมักจะออกที่บริเวณปลายกิ่ง ดอกย่อยมีขนาดเล็กติดกันแน่น ดอกมีสีแดงสด ดอกของพืชชนิดนี้เป็นแบบแยกเพศชัดเจน ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกเถาคันหรือดอกกะตังบาย
  • ผลของฝิ่นต้น มีลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีพู 3 พู คล้ายผลสลอดและผลปัตตาเวีย แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก แต่ละพูจะมีลักษณะเป็นสัน ผิวผลเรียบ ผลอ่อนเป็นสีเขียว พอแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีออกเหลืองหม่น มีลายสีน้ำตาล มีจุกขั้วขนาดเล็ก แต่ละพูมีเมล็ด 1 เมล็ด

พิษของฝิ่นต้น

  • ส่วนที่มีพิษของฝิ่นต้นได้แก่ เมล็ดและน้ำยางมีพิษ โดยเมล็ดจะมีฤทธิ์ทำให้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร โดยสารที่เป็นพิษคือสารจำพวก Clacium Oxalate
  • อาการของพิษจากฝิ่นต้น : เมื่อรับประทานจะทำให้เกิดอาการคัน รู้สึกปวดแสบปวดร้อน ปากบวมพอง เยื่อบุแก้ม ลิ้นเพดาน และหนาบวม น้ำลายไหล บริเวณที่บวมพองอาจมีเม็ดตุ่มเกิดขึ้น ลิ้นเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ลำบาก กลืนอาหารยาก พูดไม่ถนัด มีอาการคลื่นไส้อยากอาเจียน ทำให้กระเพาะเกิดอาการอักเสบ ปวดท้อง อาจมีอาการชาตามตัว แขนขาอาจเป็นอัมพาตได้ถึง 24 ชั่วโมง และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 7 วัน การหายใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ
  • การรักษาพิษ : หากรับประทานเมล็ดเข้าไป ก่อนนำส่งโรงพยาบาลควรให้ดื่มนมหรือผงถ่าน (Activated charcoal) เพื่อให้สารเหล่านี้ไปช่วยลดการดูดซึมของสารพิษ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อล้างท้องทันที

เอกสารอ้างอิง

  • หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1. (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  “ฝิ่นต้น (Fin Ton)”.  หน้า 187.
  • หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “ฝิ่นต้น”.  หน้า 520-521.
  • โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน). “มะละกอฝรั่ง, ฝิ่นต้น”.  อ้างอิงใน : หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์)., หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 (วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม)., หนังสือสมุนไพรใกล้ตัว เล่ม 6 : สมุนไพรที่เป็นพิษ (สมพร ภูติยานันต์)., หนังสือสมุนไพรไทยตอนที่ 6 (ลีนา ผู้พัฒนพงศ์)., ทรัพยากรพืชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลำดับที่ 12(1) : พืชสมุนไพรและพืชพิษเล่ม 1 (สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : hrdi.or.th. [2 ก.พ. 2020].
  • ระบบวินิจฉัยและการรักษาอาการอันเนื่องจากพืชพิษในประเทศไทย, สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : medplant.mahidol.ac.th/tpex/.   [2 ก.พ. 2020].
  • สวนพฤกษศาสตร์คลองไผ่, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.   [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : rspg.or.th/plants_data/kp_bot_garden/kpb.htm. [ 2 ก.พ. 2020].
  • สวนพฤกษศาสตร์สายยาไทย.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : saiyathai.com.  [ 2 ก.พ. 2020].
  • พันธุ์ไม้ย้อมสีธรรมชาติ, กรมหม่อนไหม. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : go.th/webtreecolor/.  [2 ก.พ. 2020].