ยอป่า เป็นพันธุ์ไม้สมุนไพรไทยโบราณโดยสรรพคุณทางยาหลักๆของยอป่าได้แก่แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้ริดสีดวงทวาร แก้ม้ามโต ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวานเป็นต้นนอกจากการนำไปใช้ประโยชน์ทางยาแล้วผลของยอป่ายังสามารนำเอาไปอุปโภคบริโภคได้อีกด้วย ต้นยอป่าถือเป็นไม้มงคลของพี่น้องชาวอีสาน เพราะในการนำข้าวขึ้นยุ้งชางจะนิยมตัดกิ่งยอป่ามาค้ำยุ้งชางไว้ก่อนจะนำข้าวขึ้นยุ้งเพื่อเก็บ ทั้งนี้ที่ทำเพื่อเป็นเสริมความเป็นสิริมงคล ซึ่งมีความหมายว่าให้ข้าวเพิ่มพูนโดยคนไทยโบราณมักจะนิยมปลูกต้นยอป่าไว้ในบริเวณบ้าน โดยจะปลูกไว้ในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวบ้าน โดยเชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันจัญไรได้ อีกทั้งคำว่า “ยอ” ก็เป็นมงคลนาม ถือเป็นเคล็ดว่าจะได้รับการสรรเสริญเยินยอหรือได้รับการยกยอปอปั้นในสิ่งดีงาม

ยอป่า

ยอป่ามีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่าMorinda elliptica (Hook.f.) Ridl.ถูกจัดอยู่ในวงศ์เข็มRubiaceaeมีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นพื้นเมืองอื่นๆว่า ยอป่า (นครราชสีมา ทั่วไป) , คุย (พิษณุโลก) , อุ้มลูกดูหนัง (สระบุรี) , สลักป่า , สลักหลวง (ภาคเหนือ) , ยอเถื่อน เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของยอป่า

ยอป่าเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียใต้ในประเทศอินเดียต่อมาได้มีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังพื้นที่ใกล้เคียงศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน ส่วนในประเทศสามารถพบพืชชนิดนี้ได้ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ความสูงถึงประมาณ 1,300 เมตรสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศยกเว้นภาคใต้ของบ้านเรานั้นเอง

ประโยชน์และสรรพคุณของยอป่า

  • มีสรรพคุณช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวาน
  • เป็นยาบำรุงโลหิต
  • ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
  • เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย แก้ไข้ต่างๆ
  • ช่วยบรรเทาอาการไอ แก้อาการไอแห้ง อาการไอเรื้อรัง
  • ช่วยป้องกันโรคสันนิบาตหน้าเพลิง
  • ช่วยบรรเทาและแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • ช่วยขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด ขับผายลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
  • แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร
  • เป็นยาขับระดูของสตรี
  • ฤทธิ์เป็นยาขับเลือด ขับและฟอกโลหิตระดู
  • ขับน้ำคาวปลา
  • ช่วยขับประจำเดือด บำรุงเลือด
  • ช่วยแก้ม้ามโต
  • ช่วยป้องกันบาดทะยักปากมดลูก
  • ใบมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเหาได้
  • เนื้อไม้ของยอป่ายังสามารถนำมาใช้ทำข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน
  • ใบอ่อนสามารถนำมาประกอบอาหารได้โดยให้รสที่มีรสขมมันมักจะนำไปลวกรับประทานกับน้ำพริกหรือนำไปรองก้นกระทงห่อหมกได้

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของยอป่า

  • ลำต้นของยอป่า จัดเป็นพันธุ์ไม้ยืนต้น มีความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ที่5-10แต่บ้างต้นที่อยู่ในสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์อาจสูงได้ถึง 15 เมตร ลำต้นตั้งตรงทรงเป็นพุ่มรี กิ่งก้านสาขามักคดงอและค่อนเปราะแตกหักได้ง่าย ตามผิวกิ่งมีปุ่มปมมากส่วนเปลือกของต้นเป็นสีน้ำตาลอมเทา เปลือกค่อนข้างหนาแตกเป็นร่องตามยาวและแนวขนาน โดยจะแตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ
  • ใบของยอป่า ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงตัวแบบตรงข้ามกันสลับกับแบบตั้งฉาก ใบมักออกรวมกันอยู่ที่ปลายกิ่ง ลักษณะของแผ่นใบเป็นรูปทรงรีหรือรูปไข่กลับ ปลายใบมนแหลม โคนใบแหลมเบี้ยว ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นหลังใบเป็นสีเขียวมัน ส่วนท้องใบมีสีอ่อนกว่า ใบแก่จะบางและเหนียว ผิวใบด้านบนมีขนสากขึ้นประปราย ส่วนด้านล่างใบมีขนนุ่ม มีหูใบอยู่ระหว่างก้านใบหลุดร่วงได้ง่าย
  • ดอกของยอป่า ลักษณะการออกดอกเป็นช่อจะออกรวมกันเป็นกลุ่มตามบริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกมีกลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ ดอกมีสีขาวเกสรมีสีเหลือง
  • ผลของยอป่า ลักษณะผลเป็นผลรวมรูปร่างค่อนข้างกลม ผลอ่อนจะมีสีสีเขียว เนื้อในของผลอ่อนนุ่ม ฉ่ำน้ำ และเป็นสีขาว ส่วนผลแก่เป็นสีดำ ภายในผลมีเมล็ดมาก เมล็ดเป็นสีน้ำตาล โดยมีเมล็ดแบน 1 เมล็ดต่อหนึ่งผลย่อย

ยอป่า

ข้อแตกต่างระหว่างยอป่าและยอบ้าน

โดยยอป่าและยอบ้านนั้นมีสรรพคุณทางยาที่ใช้ทดแทนกันได้ แต่รสยอป่าอาจจะมีรส เผ็ด ร้อน ขม มากกว่ายอบ้านสักเล็กน้อย และในปัจจุบันได้มีงานวิจัยของไทยและต่างประเทศออกมากมายหลายฉบับ ที่สนับสนุนฤทธิ์ของยอ เช่น ช่วยป้องกันหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อน ช่วยเร่งการสมานแผลของกระเพาะอาหารในหนูทดลอง และช่วยลดการอักเสบของกะเพราะอาหารเฉียบพลันจากแอลกอฮอล์ กระตุ้นลดการหลั่งกรดได้ดีเทียบเท่ากับยารานิทิดีนและแลนโซพราโซล ช่วยเพิ่มการบีบตัวของทางเดินอาหารได้ดีกว่ายาซิสซาพรายด์

สาระน่ารู้ของยอป่า

  • สารสกัดจากใบและกิ่งของยอป่าพบสารอิริดอยด์ไกลโคไซด์ ได้แก่ yopaaoside A, B, C, 6-O-acetylscandoside, 10-O-acetylmonotropein, asperulosidic acid, deacetyl-asperuloside, asperuloside สารกลุ่มเซโคอิริดอยด์ไกลโคไซด์ ได้แก่ secoxyloganin สารกลุ่มฟีโนลิกไกลโคไซด์ ได้แก่ 3,4,5-trimethoxyphenyl 1-O-β-apiofuranosyl (1″→6′)-β-glucopyranoside สารกลุ่มแอนทราควิโนนไกลโคไซด์ ได้แก่ lucidine 3-O-β primeveroside

เอกสารอ้างอิง

  • หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ.พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  หน้า 167.
  • ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.[ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: phargarden.com.  [28 ก.พ. 2020].
  • พรรณไม้บริเวณสวนสมุนไพรสาธิต. “ยอป่า.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: rspg.or.th/plants_data/palace/chitralada/cld1.htm.  [28 ก.พ. 2020].
  • สถาบันการแพทย์แผนไทย. “ยอป่า”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: ittm-old.dtam.moph.go.th.  [28 ก.พ. 2020]
  • พันธุ์ไม้ย้อมสีธรรมชาติ กรมหม่อนไหม.“ยอป่า”. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: go.th.  [28 ก.พ. 2020]