ไทรย้อยใบแหลม เป็นพันธุ์ไม้ที่ใครหลายๆคนรู้จักกันดีเนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานที่พ่อหลวงรัชกาลที่9ได้พระราชทานให้ปลูกเพื่อเป็นไม้มงคลประจำจังหวัดกรุงเทพมหานครของเรานั้นเองนอกจากนี้ตามตำหรับยาสมุนไพรไทยแผนโบราณได้มีการระบุบว่าในพิกัดยาตรีธารทิพย์ซึ่งประกอบไปด้วย รากไทรย้อย,รากราชพฤกษ์,รากมะขามเทศมีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนม แก้กระษัย ฆ่าเชื้อคุดทะราด แก้ท้องร่วงเป็นต้น ไทรย้อยใบแหลม

ไทรย้อยใบแหลม( golden Fig )มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่าFicus Benjamina L.จัดอยู่ในวงศ์ขนุนMoraceaeมีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นพื้นเมืองว่าไทรพัน (ลำปาง), ไทร (นครศรีธรรมราช), ไทรกระเบื้อง (ประจวบคีรีขันธ์), ไฮ (ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), ไทรย้อยใบแหลม (กรุงเทพฯ), จาเรย (เขมร), ไซรย้อย เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของไทรย้อยใบแหลม

ไทรย้อยใบแหลมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียแถบประเทศอินเดียและภูมิภาคใกล้เคียงเราอย่างประเทศมาเลเซียโดยประเทศไทยรู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้ดีเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้มีการพระราชทานพันธุ์ไม้ชนิดนี้เพื่อใช้ปลูกเป็นพันธุ์ไม้มงคลประจำจังหวัดกรุงเทพมหานครนั้นเอง

ประโยชน์และสรรพคุณของไทรย้อยใบแหลม

  • เป็นยาแก้กาฬโลหิต
  • มีสรรพคุณบำรุงโลหิต แก้ตกโลหิต
  • เป็นยาแก้กระษัย
  • เป็นยาบำรุงน้ำนมให้สมบูรณ์
  • ช่วยแก้อาการท้องเสีย
  • ใช้เป็นยาขับพยาธิ
  • ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา ขับปัสสาวะให้คล่อง แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะมีสีต่าง ๆ
  • ช่วยแก้ไตพิการ
  • ช่วยแก้อาการอักเสบหรือลดการติดเชื้อ เช่น ฝีหรือรอยฟกช้ำ
  • นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในตัวยาตามพิกัดยา“พิกัดตรีธารทิพย์”ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนม แก้กระษัย ฆ่าเชื้อคุดทะราด แก้ท้องร่วง

ไทรย้อยใบแหลม

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของไทรย้อยใบแหลม

  • ลำต้นของไทรย้อยใบแหลม จัดเป็นไม้ยืนต้นหรือไม้พุ่มผลัดใบขนาดกลาง โดยความสูงเฉลี่ยอยู่ที่10เมตรแต่อาจจะโตได้ถึง16เมตรขึ้นอยู่กับสภาพพื้นดินโดยลำต้นจะแตกเป็นพุ่มหนาลำต้นไทรย้อยที่ยังโตไม่เติมที่เปลือกจะมีสีเทาเมื่อโตเติมที่เปลือกของต้นจะเปลี่ยนเป็นสีเทาอมน้ำตาล หรือ บางชนิดเป็นสีดำ ส่วนผิวเปลือกมีทั้งแบบเรียบ และแบบขรุขระสากมือ และเมื่อสับที่เปลือกจะมียางสีขาวไหลออกมา และเมื่อปล่อยทิ้งไว้สักพัก น้ำยางจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง
  • ใบของไทรย้อยใบแหลม ใบของพืชตระกูลไทรจะแทงออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับข้างกันบนกิ่ง โดยลักษณะใบจะมีทั้งหนาและบาง แต่เหนียวคล้ายกับหนัง แผ่นใบเรียบเป็นมันวาว ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นฟันเลื่อย หรือ เว้าเป็นแฉก โดยบริเวณขอบที่โคนใบมักมีเส้นใบ 3 อัน มาจรดกัน เมื่อเด็ดก้านใบหรือฉีกใบจะมียางสีขาวไหลออกมา
  • ดอกของไทรย้อยใบแหลม ดอกของพืชตระกูลไทรจะออกเป็นช่อกลุ่ม แต่จะมีเพียงดอกเดียวหรือดอกเป็นคู่ เช่น ดอกของไทรย้อยมักออกเป็นดอกเดียวที่ปลายกิ่ง ส่วนดอกมะเดื่อจะออกเป็นช่อ 1-2 ดอก บริเวณกิ่ง และลำต้น โดยดอกจะมีลักษณะกลมที่เจริญเป็นผลกลมในเวลาต่อมา ส่วนเพศของดอกจะออกแยกเพศกันคนละดอก แต่อยู่ในต้นเดียวกัน โดยมีแมลง และแตนเป็นตัวนำเกสรเข้าผสม
  • ผลของไทรย้อยใบแหลม ผลจะมีขนาดเล็กรูปร่างลักษณะทรงกลม ขนาดผลประมาณ 1 เซนติเมตร เปลือกผลบาง ส่วนมากเมื่อผลสุกจะมีสีแดง ภายในประกอบด้วยเมล็ดขนาดเล็กจำนวนวนมาก เมล็ดมีรูปไตหรือทรงกลม สีเหลืองอมน้ำตาล ขนาดเมล็ดประมาณ 1 มิลลิเมตร

เอกสารอ้างอิง

  • หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “ไทรย้อย”.  หน้า 384.
  • ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “ไทรย้อย”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : com.  [27ก.พ. 2020].
  • ไขปริศนา พฤกษาพรรณ, ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. “ไทรย้อย”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :mahidol.ac.th/e-media/plants/.  [27ก.พ. 2020].
  • “ต้นไทร”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : www.saunmitpranee.com.  [03 ธ.ค. 2014].
  • หนังสือพิมพ์มติชนบทเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับที่ 530, วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2555. (ผศ. วรรณา กัลยาณะวงศ์ ณ อยุธยา).  “ไทรย้อยใบแหลม พันธุ์ไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคล : กรุงเทพมหานคร”.
  • สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. “ไทรย้อย”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :go.th/botany/.  [27ก.พ. 2020].