หางไหลแดง เป็นพืชสมุนไพรไทยพื้นบ้านจังหวัดสุโขทัยนำมาใช้ดองยาเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยาขับเลือดและบำรุงโลหิตในสตรีอีกทั้งเป็นยาแก้ประจำเดือนเป็นลิ่มหรือเป็นก้อน และเป็นยาขับประจำเดือนนอกจากสรรพคุณที่เคยกล่าวมานั้นหางไหลแดงยังสามารถนำไปใช้เป็นยากำจัดศัตรูพืชโดยทั่วไปถ้าเป็นรากสดให้ใช้ 1/2-1 กิโลกรัม ส่วนรากแห้งให้ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง) แล้วแช่ลงในน้ำ 1 ปี๊บ ทิ้งไว้อย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อให้สารที่มีความเป็นพิษละลายออกมานั้นเอง

หางไหลแดง

หางไหลแดง( Tuba Root )มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าDerris elliptica (Wall.) Benth.จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว(FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE)มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นพื้นเมืองอื่นๆว่า กะลำเพาะ (เพชรบุรี), อวดน้ำ (สุราษฎร์ธานี), ไหลน้ำ ไกล เครือไกลน้ำ (ภาคเหนือ), โพตะโกส้า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), โล่ติ๊น เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายสายพันธุ์ของหางไหลแดง

หางไหลแดงเป็นพรรณพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกจากนี้ยังมีอีกของสันนิฐานว่าพืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยของเรานี้เองโดยพื้นที่ๆพบพืชชนิดนี้ได้แก่บริเวณริมแม่น้ำปิงของจังหวัดเชียงใหม่โดยพืชนี้สามารถทนต่อภัยแล้งได้นาน 4เดือนติดต่อกันนั้นเองและอีกพื้นที่ที่พบได้แก่จังหวัดทางภาคกลางของไทยเช่นจันทบุรี ชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ประโยชน์และสรรพคุณของหางไหลแดง

  • ใช้เป็นยาขับประจำเดือน
  • ช่วยบำรุงโลหิตของสตรี
  • ใช้รักษาเห่า หิดและเรือด
  • ช่วยขับเสมหะ ละลายเสมหะที่ข้นเหนียว
  • ช่วยบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอกและทำให้เส้นเอ็นหย่อน

หางไหลแดง

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของหางไหลแดง

  • ลำต้นของหางไหลแดง จัดเป็นพรรณไม้เถาเนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง มีรูอากาศสีขาวกระจายตามกิ่งและเถา ลำต้นส่วนที่แก่จะเป็นสีน้ำตาลปนแดง แต่จะเริ่มมีสีเขียวเห็นได้ชัดตรงบริเวณข้อปล้องที่อยู่ก่อนถึงยอดลำต้นโดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นทรงกลม
  • ใบของหางไหลแดง มีลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับเป็นคู่ ๆ ตรงข้าม ใบคู่แรกที่นับจากโคนจะมีขนาดเล็กสุดและจะเริ่มใหญ่ขึ้นตามลำดับจนถึงใบสุดท้ายที่อยู่ตรงยอดเป็นใบเดี่ยว ลักษณะรูปทรงของใบเป็นรูปไข่กลับ รูปไข่กลับแกมรูปใบหอก หรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบเล็กเรียวขึ้นไป ส่วนขอบใบเรียบ
  • ดอกของหางไหลแดง ออกดอกเป็นช่อกระโดยดอกของหางไหลแดงจะออกบริเวณซอกใบ ช่อดอกแต่ละจะมี มีขนสั้นหนานุ่ม ดอกเป็นสีชมพูหรือสีชมพูแกมม่วง เมื่อบานเต็มที่จะเป็นสีชมพูอ่อนและจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปดอกถั่ว กลีบล่างมีลักษณะคล้ายรูปโล่ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยหรือรูประฆังมีขน รังไข่มีขนอุย
  • ผลของหางไหลแดง มีลักษณะเป็นฝักแบน ฝักเป็นรูปขอบขนานถึงรูปใบหอก ปลายและโคนฝักแหลม มี คอดตามแนวของเมล็ด ฝักอ่อนเป็นสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปนแดงเมื่อแก่ เมล็ดมีลักษณะกลมและแบนเล็กน้อย มีสีน้ำตาลปนแดง เมื่อฝักแก่ฝักจะแยกออกจากกัน

เอกสารอ้างอิง

  • หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ. (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  “หางไหลแดง”.  หน้า 192.
  • หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ. (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “โล่ติ๊น Tuba Root/Derris”.  หน้า 100.
  • สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.   [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : or.th/plants_data/herbs/. [26 ก.พ. 2020].