มะกล่ำเครือ เป็นสมุนไพรหนึ่งในพิกัดยา จตุทิพคันธา ที่เป็นยาแผนโบราณของไทยซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้เสมหะ แก้ลมปั่นป่วน แก้พรรดึกเป็นต้นโดยยาแผนโบราณมีอยู่ด้วยกันหลายตำรับยาซึ่งมะกล่ำเครือก็ส่วนผสมหนึ่งในนั้นด้วยถึงแม้จะมีสรรพคุณมากมายแต่ก็มีอันตรายแอบแฝงอยู่เนื่องจากเมล็ดของมะกล่ำเครือมีพิษถ้าหากรับประทานเข้าไปจำนวนมากจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้นั้นเอง

มะกล่ำเครือ

มะกล่ำเครือ (American pea)ชื่อวิทยาศาสตร์ Abrus precatorius L. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นพื้นบ้านว่ากล่ำตาไก่ กล่ำเครือ มะกล่ำแดง มะกล่ำเครือ มะแค้ก มะแค๊ก (เชียงใหม่), เกมกรอม (สุรินทร์), มะขามเถา ไม้ไฟ (ตรัง), กล่ำเครือ ก่ำเครือ กล่ำตาไก่ ก่ำตาไก่ ตากล่ำ มะกล่ําเครือ (ภาคเหนือ, ภาคอีสาน), หมากกล่ำตาแดง (ภาคอีสาน), ชะเอมเทศ ตากล่ำ มะกล่ำตาหนู (ภาคกลาง), เกรมกรอม (เขมร), โทวกำเช่า เซียงจือจี้ (จีนแต่จิ๋ว), เซียงซือจื่อ เซียงซัวโต้ว (จีนกลาง), มะกล่ำดำ ตาดำตาแดง เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของมะกล่ำเครือ

มะกล่ำเครือสมุนไพรไทย จัดเป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียใต้ในประเทศอินเดียและได้มีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังภูมิภาคต่างๆในทวีปเอเชียโดยในส่วนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น พม่า ลาว ไทยเป็นต้นมักพบขึ้นทั่วไปตามป่าเปิดหรือในที่โล่ง ที่รกร้าง ป่าตามทุ่งนา หรือตามป่าเต็งรัง

ประโยชน์และสรรพคุณของมะกล่ำเครือ

  • ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำได้
  • เป็นยาขับพิษร้อน
  • แก้อาการเจ็บคอ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ไอ รากแก้เจ็บคอ ไอ
  • เป็นยาแก้ไอ แก้หวัด แก้ไอแห้ง เสียงแห้ง กล่องเสียอักเสบ
  • ช่วยแก้อาเจียน
  • เป็นยาแก้หืด
  • ช่วยกระตุ้นน้ำลาย
  • ช่วยขับเสมหะ กัดเสมหะ
  • ช่วยแก้สะอึก
  • ช่วยหล่อลื่นปอด
  • เป็นยาขับปัสสาวะ
  • ช่วยแก้ตับอักเสบ
  • ช่วยแก้ดีซ่าน
  • ใช้พอกหรือทาแก้โรคผิวหนัง ฆ่าเชื้อบริเวณผิวหนัง กลากเกลื้อน หิด ฝีมีหนอง
  • ฆ่าพยาธิผิวหนัง และแก้อาการบวมอักเสบได้
  • แก้ปวดบวม แก้อักเสบ
  • เป็นยาแก้อาการปวดบวมตามข้อ ปวดตามแนวประสาท

มะกล่ำเครือ

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของมะกล่ำเครือ

  • ลำต้นของมะกล่ำเครือ จัดเป็นพรรณไม้เถาเลื้อยมีอายุได้หลายปีจัดเป็นไม้เถาเนื้ออ่อนสีเขียวขนาดเล็ก เถามีลักษณะกลมเล็กเรียวและมีขนสีขาวขึ้นปกคลุม ที่โคนเถาช่วงล่างจะแข็งและมีขนาดใหญ่ ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด
  • ใบของมะกล่ำเครือ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบมน มีหนามขนาดเล็กติดอยู่ โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบขนาน แผ่นใบเรียบ หลังใบมีขนปกคลุม ส่วนท้องใบมีขนเล็กน้อย และมีหูใบ
  • ดอกของมะกล่ำเครือ ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ก้านช่อดอกใหญ่ นิ่ม และมีขนปกคลุม กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียวหรือสีม่วงอ่อน เชื่อมติดกัน ส่วนปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก
  • ผลของมะกล่ำเครือ ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปกระบอกแกมรูปไข่ โดยจะออกเป็นพวง ๆ ฝักมีลักษณะแบนยาว ปลายฝักแหลม ฝักมีขนสีน้ำตาล เปลือกฝักเหนียว ฝักอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนฝักแก่แตกได้ตามแนวยาวลักษณะของเมล็ดเป็นรูปกลมรี เมล็ดเป็นสีแดง บริเวณขั้วมีแถบสีดำ ผิวเรียบเงามัน

ข้อควรระวังในการใช้หรือรับประทานสมุนไพรมะกล่ำเครือ

  • เมล็ดมะกล่ำตาหนูมีพิษมาก ห้ามนำมาเคี้ยวรับประทานเด็ดขาด หากนำมาเคี้ยวรับประทานเพียง 1-2 เมล็ดจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ตับและไตถูกทำลาย ทำให้ชักและเสียชีวิตได้ และควรปฐมพยาบาลโดยการทำให้อาเจียนและรีบนำส่งโรงพยาบาล
  • เมล็ดในปริมาณเพียง 0.5 มิลลิกรัมก็สามารถทำให้เกิดอาการเป็นพิษได้ หากได้รับพิษในช่วงแรกจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นแล้วจะลดลงอย่างรวดเร็ว และจะพบโปรตีนในปัสสาวะ หากได้รับพิษในปริมาณมากจะมีอาการชักจนเสียชีวิต

สรรพคุณของตำหรับยาจตุทิพคันธา โดยตำหรับยาจตุทิพคันธาเป็นการนำเอาจำนวนยาที่มีกลิ่นหอมดังกลิ่นทิพย์ 4 อย่าง คือ รากมะกล่ำเครือ รากชะเอมเทศ ดอกพิกุล เหง้าขิงแครงมาผสมรวมกัน มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้เสมหะ แก้ลมปั่นป่วน แก้พรรดึก