ลูกใต้ใบ เป็นสมุนไพรที่ทุกส่วนของต้นนั้นมีรสขม เช่นเดียวกับ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด ขี้เหล็ก กระดอม โดยการแพทย์แผนไทยโบราณเชื่อกันว่ายาที่มีรสขมจะช่วยแก้โรคทางน้ำดีและโลหิต มักจะมีสารในกลุ่มของไกลโคไซด์ และอัลคาลอยด์ มีฤทธิ์ลดอาการไข้ทุกชนิด (ไข้หวัด ไข้ทับระดู ไข้จับสั่น) ช่วยเจริญอาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ และบำรุงน้ำดี เป็นต้น

ลูกใต้ใบ

ลูกใต้ใบ (Egg woman)ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn.จัดอยู่ในวงศ์มะขามป้อม (PHYLLANTHACEAE) มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นอื่นๆว่าต้นใต้ใบ, หญ้าลูกใต้ใบ, หมากไข่หลัง (เลย), หญ้าใต้ใบ (อ่างทอง, นครสวรรค์, ชุมพร), ไฟเดือนห้า (ชลบุรี), หญ้าใต้ใบขาว (สุราษฏร์ธานี), หน่วยใต้ใบ (คนเมือง), มะขามป้อมดิน (ภาคเหนือ), จูเกี๋ยเช่า (จีน) เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของลูกใต้ใบ

ลูกใต้ใบ เป็นพรรณพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในพื้นที่เขตร้อนทั่วไปของโลกทั้งในทวีป อเมริกา แอฟริกาและทวีปเอเชียและมีการกระจายพันธุ์ไปอยู่ในหลายๆประเทศเขตร้อนของภูมิภาคดังกล่าว เช่น เปรู บราซิล ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา อินเดีย ไทย พม่า ลาว ฯลฯ ส่วนในประเทศไทยนั้น ต้นลูกใต้ใบสมุนไพรไทยสามารถพบได้ทั่วทุกจังหวัด ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมักพบในที่โล่งแจ้งหรือตามบริเวณเงาไม้ใหญ่ในที่โล่งทั่วไป

ประโยชน์และสรรพคุณของลูกใต้ใบ

  • ช่วยปกป้องตับจากพิษของสารเคมี
  • ช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับให้มีอายุยาวขึ้น
  • ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย
  • บำรุงธาตุในร่างกาย เจริญอาหาร
  • รักษาโรคตา
  • ช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • แก้ไข้ ลดความร้อน
  • ช่วยลดไข้ทุกชนิด
  • ช่วยรักษามาลาเรีย
  • ช่วยแก้อาการไอ
  • ช่วยแก้หืด
  • ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ
  • ช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ช่วยขับเสมหะ
  • แก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง  ท้องมาน
  • แก้บิด ข้อระดูขาวไข้ประจำเดือนของสตรี
  • รักษาไข้ทับระดู
  • ช่วยบำรุงสายตา ทำให้สายตาดี
  • ช่วยแก้พิษตานซาง
  • แก้น้ำเหลืองเสีย
  • บำรุงตับ
  • รักษาดีซ่าน
  • รักษาอาการปวดข้อ ปวดกระดูก ลดอาการอักเสบ

ลูกใต้ใบ

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของลูกใต้ใบ

  • ลำต้นของลูกใต้ใบ จัดเป็นพืชล้มลุกอายุสั้นเพียงปีเดียวแตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นไม่มีขน และทุกส่วนของต้นมีรสขม
  • ใบของลูกใต้ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายคี่ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ โคนใบมนแคบ ส่วนปลายใบมนกว้างมีก้านใบสั้นมาก มีหูใบสีขาวนวล ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายแหลมเกาะติดอยู่ 2 อัน
  • ดอกของลูกใต้ใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศ มีขนาดเล็กสีขาว ดอกเพศเมียมักจะอยู่บริเวณโคนก้านใบ ส่วนดอกเพศผู้มักจะอยู่บริเวณส่วนปลายของก้านใบ โดยดอกตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกตัวผู้ประมาณ 2 เท่า เกสรตัวผู้มี 3 ก้าน โคนก้านเกสรเชื่อมกันเล็กน้อย มีอับเรณูแตกอยู่ตามแนวราบ ส่วนกลีบรองและกลีบดอกเป็นรูปไข่ ขอบกลีบมีสีอ่อน
  • ผลของลูกใต้ใบ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมแป้น ผิวเรียบมีสีเขียวอ่อนนวลโดยผลมักจะเกาะติดอยู่บริเวณใต้โคนของใบย่อย และอยู่ในบริเวณกลางก้านใบ ผลเมื่อแก่จะแตกเป็นพู 6 พู ในแต่ละพูจะมีเมล็ด 1 เมล็ด สีน้ำตาล