ละหุ่ง จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งในอดีต เพราะเมล็ดนำมาสกัดน้ำมัน ซึ่งถูกใช้มากในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การผลิตน้ำมันหล่อลื่น สี หมึกพิมพ์ แต่ในปัจจุบันวงการแพทย์ได้มีการวิจัยน้ำมันจากเมล็ดละหุ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย ตามข้อต่อต่างๆได้เป็นอย่างดีเลยที่เดียวจนกลายเป็นสมุนไพรสำคัญ

ละหุ่ง

ละหุ่ง ( Castor ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Ricinus communis L. จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)มีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆว่าละหุ่งแดง ละหุ่งขาว มะละหุ่ง (ภาคกลาง), มะโห่ง มะโห่งหิน (ภาคเหนือ), ปี่มั้ว (จีน) เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของละหุ่ง

ละหุ่ง เป็นพรรณพืชที่มีกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกาตะวันออก โดยปัจจุบันประเทศที่มีการส่งออกละหุ่งมากที่สุด3อันดับแรกของโลกได้แก่บราซิล อินเดีย และประเทศไทยนั้นเอง

ประโยชน์และสรรพคุณของละหุ่ง

  • ช่วยแก้เลือดลมพิการ
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ
  • สามารถลดอาการปวดฟัน ได้
  • เป็นยากินแก้พิษไข้เซื่องซึมได้
  • ช่วยแก้อาการปวดท้อง
  • ช่วยขับลมในลำไส้
  • มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ
  • ช่วยแก้อาการช้ำรั่วหรืออาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ใบสดช่วยขับระดูของสตรี
  • ใช้ประคบแก้ริดสีดวงทวาร
  • เป็นยาสมาน
  • เป็นยาพอกแผลได้
  • ใช้พอกรักษาแผลเรื้อรังได้
  • เป็นยารักษาฝีได้
  • รักษาผิวหนังอักเสบ
  • ใช้ทาแก้กระดูกหัก กระดูกแตกได้
  • แก้อาการปวดบวมหรือปวดตามข้อได้
  • แก้อาการปวดข้อปวดหลังได้ (
  • ช่วยขับน้ำนมของสตรี

ละหุ่ง

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของละหุ่ง

  • ลำต้นของละหุ่งจัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็กโดยต้นละหุ่งขาวจะมีลำต้นและก้านใบเป็นสีเขียว ส่วนละหุ่งแดงจะมีลำต้นและก้านใบเป็นสีแดง ส่วนยอดอ่อนและช่อดอกเป็นสีนวลขาว
  • ใบของละหุ่ง มีใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปฝ่ามือ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย มีขนาดไม่เท่ากัน ปลายจักเป็นต่อม
  • ดอกของละหุ่ง ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งหรือปลายยอด ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจะ บางครั้งแยกแขนง ดอกมีทั้งตัวผู้และตัวเมียอยู่ในช่อเดียวกัน โดยดอกตัวผู้จะอยู่ช่วงบน ส่วนดอกตัวเมียจะอยู่ช่วงล่าง ซึ่งก้านดอกตัวเมียจะยาวกว่าก้านดอกตัวผู้
  • ผลของละหุ่ง ผลเป็นผลแห้งแบบแคปซูล ลักษณะเป็นทรงรี ลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีเขียว ผิวของผลมีขนคล้ายหนามอ่อน ๆ ทั้งผลคล้ายผลเงาะ มีเมล็ดเป็นทรงรี