หญ้าคา เป็นวัชพืชที่ใครหลายคนหาทางกำจัด แต่รากของหญ้าคาเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาเข้าเครื่องยาไทยโดยสรรพคุณแต่นของรากหญ้าคานั้น รักษาโรคตานขโมยและเป็นยาบรรเทาอาการเจ็บคอ แก้ไอแต่ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่าช่วยรักษาความดันโลหิตสูง มีฤทธิ์แก้โรคตับอักเสบเฉียบพลัน ทำให้ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากโดยราคารากแห้งอยู่ที่กิโลกรัม350บาทเลยทีเดียว

หญ้าคา

หญ้าคา ( Alang-alang )ชื่อวิทยาศาสตร์ Imperata cylindrica (L.) Raeusch. จัดอยู่ในวงศ์หญ้า (POACEAE หรือ GRAMINEAE)มีชื่อเรียกในภาษาอื่นว่าหญ้าหลวง หญ้าคา (ทั่วไป), สาแล (มลายู-ยะลา-ตานี), กะหี่ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), บร่อง (ปะหล่อง), ทรูล (ลั้วะ), ลาลาง ลาแล (มะลายู), แปะเม่ากึง เตี่ยมเซากึง (จีน-แต้จิ๋ว), คา แฝกคา ลาแล เก้อฮี เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของหญ้าคา

หญ้าคา เป็นวัชพืชที่มีถิ่นกำเนิดชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน แพร่กระจายบริเวณเขตร้อนทั่วโลก เป็นวัชพืชพบทั่วไปในที่โล่ง และมีความชื้นสูงทั่วประเทศ

ประโยชน์และสรรพคุณของหญ้าคา

  • เป็นยาบำรุงกำลัง
  • ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง
  • เป็นยาระงับประสาท
  • ยารักษาโรคตานขโมย
  • ช่วยแก้ไข้ แก้อาการไอช่วยแก้อาการสะอึก
  • ช่วยแก้โรคมะเร็งคอ
  • ช่วยแก้เลือดกำเดาไหล
  • ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ
  • ช่วยแก้ปัสสาวะขัด
  • ช่วยแก้พิษอักเสบในกระเพาะอาหาร
  • ช่วยแก้โรคมะเร็งในลำไส้
  • ช่วยแก้อุจจาระเป็นเลือด
  • ช่วยขับระดูขาวของสตรี
  • ช่วยแก้ประจำเดือนของสตรีมามากเกินไป
  • ช่วยบำรุงไต แก้ไตอักเสบ

หญ้าคา

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของหญ้าคา

  • ลำต้นของหญ้าคา จัดเป็นพืชจำพวกหญ้า มีลำต้นอยู่ใต้ดินเป็นเส้นกลมสีขาวทอดยาว มีข้อชัดเจน ผิวเรียบ หรืออาจมีขนอยู่บ้างเล็กน้อย สามารถแตกกิ่งก้านสาขา เลื้อยแผ่และงอกไปเป็นกอใหม่ ๆ ได้มากมายหลายกอ
  • ใบของหญ้าคา ใบแตกออกมาจากลำต้นที่อยู่ใต้ดิน ลักษณะของใบแบนเรียวยาว ตอนแตกใบอ่อนใหม่ ๆ จะมีปลอกหุ้มแหลมแข็งที่ยอดยาว
  • ดอกของหญ้าคา ออกดอกเป็นช่อรูปทรงกระบอกมีดอกย่อยอยู่ติดกันแน่น เมื่อแก่จะเป็นขนฟูสีขาว และเมล็ดจะหลุดร่วงและปลิวไปตามสายลม และแพร่กระจายพันธุ์ไปได้ไกล ๆ โดยหญ้าคาที่ขึ้นอยู่ตามทุ่งหญ้าจะออกดอกในช่วงฤดูร้อน
  • ผลของหญ้าคา เมล็ดเป็นผลแห้ง ไม่แตก มีลักษณะเป็นรูปรี เมล็ดมีสีเหลือง เมล็ดแก่จะหลุดปลิวไปตามลม สามารถแพร่ขยายพันธุ์ไปได้ไกล

เอกสารอ้างอิง

  • มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 18 คอลัมน์: สมุนไพรน่ารู้.   (ภก.ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ).  อ้างอิงใน: หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรจีน.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: or.th.  [5 ม.ค. 2014].
  • สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. พืชสมุนไพรไทย. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: or.th.  [5 ม.ค. 2014].
  • ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ไพร มัทธวรัตน์ หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ). [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: rdi.ku.ac.th.  [5 ม.ค. 2014].
  • โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์การมหาชน). “Lalang”.  อ้างอิงใน: หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย.  (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: hrdi.or.th.  [5 ม.ค. 2014].
  • สื่อการสอนครู โรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: mengrai.ac.th.  [5 ม.ค. 2014].
  • มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (พระมหาสุรศักดิ์ สุรเมธี).  เข้าถึงได้จาก:.stou.ac.th.  [5 ม.ค. 2014].
  • ข่าวสดรายวัน ฉบับที่ 8212 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, คอลัมน์: รูปไปโม้ด. (น้าชาติประชา ชื่น).  เข้าถึงได้จาก:.khaosod.co.th.  [5 ม.ค. 2014].