ถอบแถบเครือ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่นิยมใช้กันตั้งแต่โบราณมาแล้วโดยมีสรรพคุณเด่นหลักๆได้แก่ใบต้มน้ำดื่มรักษาโรคเจ็บหน้าอก ใบและเถาเป็นยาระบายขับพยาธิเป็นต้น

ถอบแถบเครือ

ถอบแถบเครือชื่อวิทยาศาสตร์ Connarus semidecandrus Jack จัดอยู่ในวงศ์ถอบแถบ (CONNARACEAE) มีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆว่าเครือไหลน้อย (เชียงราย), เครือหมาว้อ (หนองคาย), ขางขาว ขางแดง ขางน้ำครั่ง ขี้อ้ายเครือ (ภาคเหนือ), กะลำเพาะ จำเพาะ ทอบแทบ (ภาคกลาง), ตองตีน ลำเพาะ ไม้ลำเพาะ (ภาคตะวันออกเฉียงใต้), ลาโพ หมากสง (ภาคใต้), บบเจ่ยเพย (เมี่ยน) เป็นต้น

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของถอบแถบเครือ

ถอบแถบเครือเป็นพันธุ์พืชที่มีถิ่นกำเนิดของในบริเวณพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบตามป่าดิบ หรือ ป่าผลัดใบ ตามริมฝั่งน้ำ ที่รกร้างว่างเปล่า ป่าละเมาะ และ ป่าแพะ

สรรพคุณและประโยชน์ของถอบแถบเครือ

  • เป็นยาบำรุงกำลัง
  • เป็นยาแก้พิษตานซาง
  • เป็นยาแก้ไข้
  • ใช้เป็นยาถ่ายเสมหะ
  • เป็นยารักษาโรคเจ็บหน้าอก
  • เป็นยาระบาย
  • เป็นยาแก้ท้องผูก
  • เป็นยาแก้ปวดท้อง
  • ใช้เป็นยาขับพยาธิ
  • ใช้เป็นยาแก้หิด
  • ใช้ล้างแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

ถอบแถบเครือ

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของถอบแถบเครือ

  • ลำต้นของถอบแถบเครือ จัดเป็นไม้เถาพุ่มเลื้อยกิ่งก้านเมื่อยังอ่อนอยู่มีขนนุ่มกิ่งมีสีน้ำตาลอมเขียวเล็กน้อย
  • ใบของถอบแถบเครือ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปรียาวหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือสอบแคบ แผ่นใบค่อนข้างหนาและมันคล้ายแผ่นหนัง หลังใบเรียบลื่นและเป็นมัน สีเขียวเข้ม
  • ดอกของถอบแถบเครือ ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและที่ปลายกิ่ง ก้านช่อดอกมีขนสีน้ำตาลปนเหลืองหรือสีสนิมเหล็ก ขึ้นปกคลุม ดอกย่อยเป็นสีขาว
  • ผลของถอบแถบเครือ ผลมีลักษณะเป็นกระเปาะ รูปทรงกระบอกเบี้ยวและสั้น มีสันเล็กน้อย ไม่มีเนื้อ มีกลีบเลี้ยงติดคงทน ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม

เอกสารอ้างอิง

  • หนังสือสมุนไพรทย เล่ม 1. (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์). “ถอบแถบเครือ (Thopthaep Khruea)”.  หน้า 135.
  • หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคเหนือ. (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  “ถอบแถบเครือ”.  หน้า 118.
  • หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  .  หน้า 324-325.
  • โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง, สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).“.  อ้างอิงใน : หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : hrdi.or.th.  [15 ธ.ค. 2014].