ผักกูด เป็นอีกหนึ่งผักพื้นบ้านของชาวล้านนาที่นิยมนำมารับประทานในหลากหลายเมนูแต่ที่จริงแล้วผักกูดเป็นยอดอ่อนของเฟิร์นชนิดหนึ่งที่สามารพบเจอได้ตามพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติโดยนิยมนำมาทำเมนูแกงผักกูด ผัดผักกูด ยำผักกูดกุ้งสดนั้นเองแถมยังเป็นแหล่งวิตามินเอ วิตามิน เอ วิตามินบี อีกด้วยรู้อย่างนี้ควรหันมาบริโภคผักกูดกันมากๆนะครับ

ผักกูด

ผักกูด ( Paco fern) ชื่อวิทยาศาสตร์ Diplazium esculentum (Retz.) Sw. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Athyrium esculentum (Retz.) Copel.) จัดอยู่ในวงศ์ ATHYRIACEAE

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของผักกูด

สมุนไพรไทยผักกูดมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่ทวีปเอเชียบริเวณเขตร้อน โดยในประเทศไทยพบในที่ลุ่มชุ่มน้ำ ริมคลองหนองบึง

ประโยชน์และสรรพคุณของผักกูด

  • ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิให้แก่ร่างหาย
  • อุดมไปด้วยสารต้านอนุมิลอิสระที่ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย
  • ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน
  • ช่วยดับร้อน ทำให้ร่างกายปรับสภาพอุณหภูมิให้เข้ากับฤดูได้
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด
  • ช่วยบำรุงโลหิต
  • ช่วยแก้โรคโลหิตจาง
  • ช่วยบำรุงสายตา
  • ช่วยลดความดันโลหิตสูง
  • ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างดี
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • ช่วยแก้พิษอักเสบ

ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของยอดผักกูด 100 กรัม

  • พลังงาน 19 กิโลแคลอรี
  • โปรตีน 4.09 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 3.67 กรัม
  • วิตามินอี 0.99 กรัม
  • แคลเซียม 18.79 กรัม
  • ฟอสฟอรัส 72.72 กรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.82 กรัม
  • โซเดียม 10.90 กรัม
  • โพแทสเซียม 507.70 กรัม
  • วิตามินบี 2 0.07 มิลลิกรัม
  • แอนติออกซิแดนท์ 211.92 มิลลิกรัม

ผักกูดลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของผักกูด

  • ลำต้นของผักกูด เป็นพืชล้มลุกมีอายุยืน ลำต้นตั้งตรงมีทรงพุ่ม ออกต้นแตกหน่อมีไหลแตกออกจากกอ ลำต้นมีลักษณะกลมๆ มีกาบใบล้อมรอบ ลำต้นอ่อนมีสีเขียวอ่อน ลำต้นแก่มีสีน้ำตาลอมเขียว ก้านออกจากลำต้น ใบมีส่วนปลายม้วนงอ
  • ใบของผักกูด เป็นใบประกอบขนนกสองชั้น ออกเรียงสลับ มีก้านใบยาว มีก้านใบย่อยก้านสั้น ออกตรงข้ามกัน มีลักษณะรูปหอก ทรงยาวรี โคนใบรูปหัวใจปลายใบเรียวแหลม ขอบฟันเลื่อย ใบมีสีเขียว มีขนเล็กๆ ยอดอ่อนและปลายยอดโค้งงอคล้ายก้นหอย