บีทรูท เป็นอีกหนึ่งพืชผักเมืองหนาวที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายทางภาคเหนือของบ้านเรานิยมนำส่วนรากมารับประทานโดยมีความเชื่อกันว่าบีทรูทมีคุณประโยชน์มากมายทั้งช่วย ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคตับอีกด้วยนะครับ

บีทรูท ( Garden beet ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Beta vulgaris L. จัดอยู่ในวงศ์บานไม่รู้โรย (AMARANTHACEAE)มีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆว่า ผักกาดฝรั่ง ผักกาดแดง

บีทรูท

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายพันธุ์ของบีทรูท

มีแหล่งกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ในบริเวณยุโรป เป็นที่นิยมปลูกกันทั่วไปในหลากหลายประเทศ ที่มีสภาพอากาศที่เย็น รวมถึงในบ้านเราด้วยประเทศไทยมีปลูกในภาคเหนือหลายสายพันธุ์

ประโยชน์และสรรพคุณของบีทรูท

  • ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลง
  • ลดความเสี่ยงโรคตับ
  • ทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ
  • ช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพิ่มสรรถภาพทางเพศ
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัมพาต
  • ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารดี เจริญอาหาร
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น
  • ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
  • ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งและลดการเจริญเติบโตของเนื้องอก
  • ช่วยลดจำนวนสารก่อมะเร็งในร่างกาย
  • ช่วยบำรุงสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ

ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของบีทรูท 100 กรัม

  • พลังงาน 43 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 9.56 กรัม
  • น้ำตาล 6.76 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม
  • ไขมัน 0.17 กรัม
  • โปรตีน 1.61 กรัม
  • น้ำ 87.58 กรัม
  • วิตามินเอ 2 ไมโครกรัม 0%
  • เบต้าแคโรทีน 20 ไมโครกรัม 0%
  • วิตามินบี 1 0.031 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.334 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 5 0.155 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 6 0.067 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 9 109 ไมโครกรัม 27%
  • วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแคลเซียม 16 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมกนีเซียม 23 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุแมงกานีส 0.329 มิลลิกรัม 16%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุโพแทสเซียม 325 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุโซเดียม 78 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุสังกะสี 0.35 มิลลิกรัม 4%

แหล่งที่มาอ้างอิง : ndb.nal.usda.gov

บีทรูท

ลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปของบีทรูท

  • ลำต้นของบีทรูท เป็นพรรณพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุสั้นฤดูเดียว ลำต้นเดี่ยวสั้นๆเชื่อมอยู่ระหว่างรากกับใบ มีลักษณะลำต้นกลมๆ เป็นข้อสั้นๆ จะมีก้านใบแทงออกจากโคนลำต้น มีสีแดงอมม่วง
  • ใบของบีทรูท เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว แทงออกบริเวณตรงโคนของลำต้น มีก้านใบยาว ออกเรียงสลับรอบๆ ใบมีลักษณะทรงรี ขอบใบมีรอยหยัก ใบมีสีเขียว มีลายเส้นสีแดงอมม่วง
  • รากของบีทรูท มีระบบรากแก้ว เป็นรากแก้วที่พองโต เรียกว่าหัวไว้เก็บสะสมอาหาร มีหัวขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ตามสายพันธุ์ มีลักษณะทรงกลม มีสีม่วงอมแดง สีแดงเลือดหมู สีเหลือง ตามสายพันธุ์ มีรากฝอยเล็กๆออกรอบๆหัวเล็กน้อย มีเปลือกบางผิวเรียบ มีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำ มีรสชาติหวานกรอบ มีปลายรากแก้วยาวเล็กๆ แทงลงในดิน
  • ดอกของบีทรูท ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกยาว มีดอกย่อยอยู่ ดอกมีลักษณะช่อ มีขนาดเล็กๆ ดอกสีเขียวอ่อน
  • ผลของบีทรูท ออกเป็นเมล็ดจำนวนมาก มีลักษณะทรงยาวรี มีขนาดเล็กๆ เมล็ดมีสีเทา