มะเขือขื่น ( Cock roach berry )ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum aculeatissimum Jacq. จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE) เป็นพืชผักพื้นบ้านที่นิยมนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงในอาหารเหนือในหลายเมนูมีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะเขือแจ้ดิน มะเขือเปราะ มะเขือเสวย

มะเขือขื่น

มะเขือขื่น จัดเป็นไม้ล้มลุกกึ่งไม้พุ่มขนาดเล็กลำต้นมีหนามสั้น ลำต้นและกิ่งก้านมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกตั้งตรง มีสีม่วงทั่วทั้งลำต้น กิ่งก้านและใบมีขนอ่อนละเอียดขึ้นอยู่ทั่วไป มีขนรูปดาว มีขนสั้นปกคลุมทั้งลำต้น โคนต้นแก่มีเนื้อไม้แข็งใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของแผ่นใบมีหลายรูปร่าง แผ่นใบรูปไข่ ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบเป็นรูปหัวใจ ฐานใบทั้งสองด้านจะเยื้องกันเล็กน้อย ส่วนขอบใบหยักเว้าเป็นพูตื้น ๆ หลังใบเป็นสีเขียว ส่วนท้องใบเรียบเป็นมัน แผ่นใบมีขนรูปดาวทั้งสองด้าน มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ก้านใบอ้วนสั้น  ออกดอกเป็นช่อสั้นแบบช่อกระจะกลีบเป็นสีม่วง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ส่วนปลายแยกเป็น 5 แฉก ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปหอก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมผิวผลเรียบเป็นมัน เปลือกเหนียว ผลอ่อนผิวจะเรียบลื่นเป็นสีเขียวเข้ม มีลายขาวแทรก เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีเหลืองสด ชั้นเนื้อผลบางมีสีเขียวอ่อนอมสีเหลืองใส

ดอกมะเขือขื่น

ประโยชน์และสรรพคุณของมะเขือขื่นสมุนไพรไทย

  • เป็นยาบำรุงร่างกาย
  • เป็นยาแก้ไข้ที่มีพิษร้อน ช่วยกระทุ้งพิษไข้
  • เป็นยาขับเสมหะและน้ำลาย โดยจะช่วยล้างเสมหะในลำคอ
  • แก้อาการปวดฟัน
  • ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะอาหาร
  • เป็นยาแก้อัณฑะอักเสบ
  • ช่วยแก้อาการปวดบวม ปวดหลัง ฟกช้ำดำเขียว
  • เป็นยาช่วยขับลมชื้น แก้อาการปวดข้อเนื่องจากลมชื้นติดเกาะ
  • รักษาแผลเป็นหนองและหืด
  • เป็นยารักษามะเร็งเพลิง
  • เป็นยารักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน
  • เป็นยาแก้อัณฑะอักเสบ
  • แก้ไข้สันนิบาต
  • ช่วยลดการสะสมไขมันในเส้นเลือด
  • นิยมนำผลมะเขือขื่นที่แก่แล้วมาใช้ปรุงเป็นอาหาร โดยจะใช้เฉพาะส่วนเปลือกและเนื้อเท่านั้น (แยกเมล็ดทิ้ง) โดยอาจนำมาใช้กินเป็นผักจิ้มร่วมกับน้ำพริกหรือปลาร้า มีบางครั้งจะใช้เนื้อผลในการปรุงเครื่องจิ้ม เช่น เยื่อเคยทรงเครื่อง ฯลฯ ปรุงอาหารกับส้มผัก เช่น ส้มผักบั่ว ส้มผักกาด หรือจะนำมาใช้ปรุงรสอาหารบางชนิด ฝานเปลือกใส่ในส้มตำอีสาน ส้มตำลาว โดยรสขื่นจะช่วยลดความเค็มของปลาร้าได้ ทำให้ส้มตำมีรสกลมกล่อม