ขนมข้าวต้มหัวหงอก เป็นเมนูขนมที่คนไทยในภาคเหนือนิยมทำกันไปถวายพระในวันพระหรืองานบุญใหญ่ต่างๆส่วนผสมส่วนใหญ่จะเป็นของที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นนั้นๆแต่สิ่งที่เหมือนกันคือเนื้อข้าวต้มจะไม่ผสมน้ำตาลลงไปแต่จะนำมาคลุกด้านนอกพร้อมกับมะพร้าวขูดทำให้ได้ความหอมมะพร้าวหวานน้ำตาลและหอมงาคั่วที่โรยลงไปดันรสชาติเเละกลิ่นขนมข้าวต้มหัวหงอกให้มีกลิ่นเเละรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ขนมข้าวต้มหัวหงอก

ส่วนผสมขนมข้าวต้มหัวหงอก

อุปกรณ์ที่ใช้

  • หม้อนึ่ง
  • มีด เขียง
  • กระต่ายขูดมะพร้าว
  • ช้อนตวง
  • ถ้วยตวง

ขนมข้าวต้มหัวหงอก

วิธีทำขนมข้าวต้มหัวหงอก

  • เริ่มต้นด้วยการเตรียมนำถั่วดำแช่น้ำไว้2-3ชั่วโมงจากนั้นนำไปต้มจนถั่วสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
  • เตรียมมะพร้าวโดยนำมะพร้าวทืนทึกมาขุดเป็นเส้นแล้วนำไปนึ่งให้สุกใส่จานพักไว้
  • จากนั้นนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูมาแช่น้ำไว้4-5ชั่วโมงหรือจะให้ดีแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนจะดีมากจากนั้นนำไปล้างน้ำให้น้ำใสตักขึ้นจากน้ำพักให้สะเด็ดน้ำ
  • เตรียม ใบตอง วางรองสัก 3 ชั้น จากนั้นนำมา ห่อข้าวเหนียว โดย วางข้าวเหนียวคลี่เป็นแผ่นจากนั้น นำ กล้วย วางตรงกลาง ข้าวเหนียว โรยถัวดำ จากนั้น ห่อใบตอง เป็น ทรงข้าวต้มมัด
  • นำข้าวต้มที่ห่อแล้วไปต้มในน้ำเดือดหรือจะนึ่งในหม้อนึ่งก้อได้ใช้เวลา20-30นาที
  • พอข้าวต้มสุกได้ที่แกะใบตองออกจะได้ข้าวต้มห่อหอมๆ ตัดเป็นชิ้นพอคำ นำมาคลุกกับมะพร้าวขูด
  • จะได้ ขนมข้าวต้มหัวหงอก ทานคู่กับ น้ำตาลทราย ผสม งา เสร็จ เมนูขนมข้าวต้มหัวหงอก

เคล็ดลับ

  • ข้าวเหนียว ให้ใช้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเก่า เนื่องจาก ข้าวเหนียวเขี้ยวงู เม็ดเรียงตัวสวย รสชาติดี และใช้ ข้าวเหนียวเก่า เนื่องจากขนมต้องผ่านกระบวนการ นึ่ง และต้ม หลายขั้นตอน ขนมจะไม่เละ
  • การเตรียม ข้าวเหนียว ก่อนนึ่งให้ทำการล้างให้สะอาด โดยล้างเบา อย่าให้เมล็ดข้าวหัก ล้างจนน้ำใส จะได้ ข้าวเหนียว นึ่งที่ ไม่มีกลิ่น
  • เพื่อให้ ข้าวเหนียว มีความหอม ให้แช่ด้วย น้ำใบเตย ด้วย ในตอนที่ แช่ข้าวเหนียว 1 คืน
  • ถั่วดำ ที่ใช้ทำนั้น ไม่ต้องแช่น้ำก่อน ให้นำไปต้มเลย เนื่องจาก ถั่วดำ หากนำไปแช่น้ำก่อน เหมือนการเตรียม ถัวดำต้ม ทั่วไป หากนำมาทำ ขนมข้าวต้มหัวหงอก จะเละก่อนไม่น่ารับประทาน
  • การห่อใบตอง ข้าวต้มมัด เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจาก การห่อ ต้องห่อไม่ให้น้ำเข้าไปใน ข้าวเหนียว ในใบตอง
  • การเลือก กล้วย ให้ใช้ กล้วยน้ำว้า ที่ไม่สุกเกินไปและไม่ห่ามเกินไป คือ ให้ กล้วยสุกพอดี จะได้ ขนมที่รสชาติพอดี และได้ กล้วยที่อร่อย เมื่อทำเสร็จ

ประโยชน์ของการรับประทานกล้วยน้ำหว้า

  • รักษาโรคกระเพาะอาหาร
  • ช่วยระงับกลิ่นปาก
  • ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
  • มีแคลเซียมสูง
  • ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
  • ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมอง
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยในการลดความอ้วน
  • ช่วยลดอาการนอนไม่หลับ
  • ช่วยรักษาอาการท้องผูก
  • ช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร
  • ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง