ซอสมะเขือเทศ เราคงคุ้นเคยกันดีเพราะว่าไปไหนมาไหนมีแต่ซอสมะเขือเทศในร้อนอาหารทั่วไป โดยเฉพาะอาหารที่มีมาจากทางอเมริกาและทางยุโรป  มักมีซอสชนิดนี้เป็นเครื่องปรุงรสเสมอ ซึ่งในประเทศไทยเองได้นำมาประยุกต์เป็นส่วนผสมของอาหารต่างๆ  พร้อมกับเครื่องปรุงรสที่ติดไว้ในบ้าน  ซอสชนิดนี้ใช้มะเขือเทศในการทำและประเทศไทยเองทำการปลูกมะเขือเทศเป็นจำนวนมาก  เป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี  และวิตามินเอ สูง มีความเปรี้ยวเล็กน้อย  นอกจากนั้นนำไปเพิ่มสีสันให้กับอาหารในหลายเมนู  และได้นำไปใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ  ในการถนอมอาหารอย่างอื่นเช่น ปลากระป๋อง  ลาดซอสชนิดนี้  ที่ใช้ในทางอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก  จนเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญมาในเศรษฐกิจ

ซอสมะเขือเทศ คือ  ซอสที่ทำมาจากมะเขือเทศพันธุ์ต่างๆ  โดยนำมาผสมกับเครื่องเทศอย่างอื่นเช่น  เกลือ  น้ำส้มสายชู  น้ำตาล  กระเทียม  ข่า  และอื่นๆ  ตามสูตรของผู้ผลิต  เป็นสีแดงเข้ม มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย  ใช้ปรุงอาหารและเติมสีสัน เนื่องจากใช้มะเขือเทศ ซึ่งเป็นพืชที่เมืองไทยเราปลุกเป็นจำนวนมากและมียอดจำหน่ายเป็นอันดับต้นๆของโลก  จึงทำให้มีผลผลิตจำนวนมากและมีราคาถูก  หาชื้อได้ง่ายหากตามฤดูกาลแล้วมีราคาถูกมากจน  เมื่อเป็นเช่นนี้อาจจะทำให้ผลิตล้นตลาดได้การที่นำมาแปลรูปเป็นซอสชนิดนี้ นั้นจะเป็นการนำไปถนอมอาหารเห็บไว้ได้นาน  เป็นการลดจำนวนผลิตที่ล้นตลาดและทำให้ราคามะเขือเทศไม่ต่ำเกินไป  ไม่จำเป็นที่จะต้องทิ้งอีกต่อไป  และซอสชนิดนี้ จากต่างประเทศจากต่างประเทศนั้นราคาสูงหากได้จากต่างประเทศจะราคาสูง  และให้รสชาติที่คนไทยต้องการ

ซอสมะเขืลเทศ

วัตถุใช้ในการผลิต

  • มะเขือเทศ ที่เป็นสีแดงจัด สามารถได้จากหลายสายพันธุ์  ที่มีสีแดงเข้ม  และมีเนื้อมากโดยที่ยังไม่เน่า
  • เครื่องเทศที่ได้จากพืชชนิดอื่น เช่น พริกไทย  กระเทียม  หอมแดง  ขิง  ข่า  หรือว่าตามสูตรของผู้ผลิตเอง
  • เครื่องปรุงรส ต่างๆ เช่นน้ำตาล  เกลือ  น้ำส้มสายชู  และอื่นๆ

ซอสมะเขือเทศ

ขั้นตอนการทำซอสมะเขือเทศ

  • นำ มะเขือเทศ มาทำความสะอาดโดยการคัดเลือกลูกที่มีคุณภาพ ใช้วิธีนึ่งหรือนำมาฉีดแรงดันสูงเพื่อให้สะอาดและฆ่าเชื้อไปด้วยการนำไปอบด้วยความร้อนหรือว่าใช้วิธีทางความร้อนอื่นๆ เพื่อให้มะเขือเทศมีความนิ่ม  และยับยั้งเอนไซม์ ทาชนิด
  • นำไปบดให้แหลกละเอียด หากมะเขือเทศโดนความร้อนมักจะง่ายในการทำการแยกเมล็ดออก จากเนื้อมะเขือเทศโดยการผ่านตะแกรง หรือตาข่าย
  • นำเนื้อมะเขือเทศที่ได้จากการกรองไปแล้วเติมเครื่องปรุงรส และกลิ่นให้เหมาะสมตามสมควรทั้งเกลือ และน้ำตาล ในขณะที่เติมลงไปมักจะต้มไปด้วยเพื่อให้วัตถุดิบเข้ากันได้ง่าย  และทำการเคี้ยวต่อไปจนเข้นได้ที่
  • ให้ทำการเคี้ยวต่อ แล้วใส่เครื่องเทศต่างๆ ที่เตรียมไว้  อย่างเช่นกระเทียม  หัวหอม  และอื่นๆลงไป  เครื่องเทศจะต้องทำการบดให้ละเอียดก่อนการเคี้ยวให้เวลา  20 – 30 นาที  แล้วเติมน้ำส้มสายชูลงไป  เพราะเติมในขณะที่เคี้ยวอาจจะละเหยได้  การเคี่ยวจะได้ความหนืดตามต้องกี่ถือว่าใช้ได้  อาจจะต้องทำวัดส่วนผสมตามมาตรฐาน
  • นำไปกรองอีกครั้งก่อนนำไปบรรจุขวด โดยเป็นขวดที่สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยงามร้อนก่อนบรรจุจะนำอากาศออกไปก่อน เพราะจะทำให้ซอสที่มีสีเปลี่ยนไป อาจจะมีสีคล้ำ
  • นำไปพาสเจอไรซ์โดยผ่านความร้อน เพื่อให้ซอสนั้นสามารถเก็บไว้ได้นาน

เมนูที่นิยมใช้ซอสมะเขือเทศเป็นส่วนผสมในเมนู เช่น ปอเปี๊ยะแฮมชีส ซี่โครงหมูบาร์บีคิว