มะละกอ เป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านานนิยมนำมาประกอบอาหารและนำมาทำสมุนไพรเพื่อรักษาอาการต่างนอกจากที่กล่าวมานี้ยังมีสรรพคุณอีกหลลากหลายที่คุณและผู้อ่านอีกหลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อนโดยเฉพาะสรพคุณที่มี่การทำวิจัยออกมาในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการนำเอามะละกอมาช่วยรักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบต่างๆ ไหนๆเราก็พูดถึงผลไม้ชนิดนี้มาเยอะละเรามาทำความรู้จักและแหล่งที่มาของมันกันดีกว่าว่ามันมาจากไหน

มะละกอ (Papaya) ชื่อวิทยาศาสตร์ Carica papaya L. จัดอยู่ในวงศ์มะละกอ CARICACEAEและมีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆภาคเหนือเรียก “มะก้วยเตด” ภาคอีสานเรียก “บักหุ่ง” และภาคใต้ (ยะลา) เรียก “แตงต้น” เป็นต้น

มะละกอ

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายของ มะละกอ

มะละกอเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกากลางก่อนจะถูกนำไปปลูกในประเทศต่างๆ ที่มีลักษณะภูมิอากาศคล้ายกันกับอเมริกากลางทั่วโลก การแพร่กระจายมายังประเทศไทยนั้นถูกสันนิฐานว่าถูกนำเข้ามามาปลูกในไทยได้หลายร้อยปีมาแล้วในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่เริ่มติดต่อการค้าการขายกับชาวตะวันตกในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จากนั้นจึงกระจายไปปลูกในทุกภาคของประเทศไทยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของพืชผักพื้นบ้านและส่วนประกอบของตำรับอาหารไทยหลายชนิดโดยเฉพาะเมนูยอดนิยมในสมัยนี้อย่าง ส้มตำ นั้นเอง

 

ลักษณะทางกายภาพของต้นมะละกอ นั้น

  • ลำต้นของมะละกอ จัดเป็นไม้เนื้ออ่อนลำต้นค่อนข้างขรุขระลำต้นตั้งตรงรากเป็นระบรากเป็นรากแบบรากแก้ว ผิวของต้นมีสีน้ำตาลอ่อนและเมื่อกรีดลงไปจะมีน้ำยางสีขาวขุ่นไหลออกมา
  • ใบของมะละกอ ใบเป็นใบเดี่ยวขอบใบหยักเว้าลึก ก้านใบกลมยาว กลวง
  • ดอกของมะละกอ ดอกจะกระจุกกันอยู่บริเวณปลายของต้น กลีบดอกมีลักษณะคล้ายกับดอกการะเวกแต่สั้นกว่าดอกมีสีขาวครีมมีกลีบดอก 5 กลีบ ในกลุ่มดอกจะสามารถแบ่งออกเป็นสามชนิดด้วยกันได้แก่ ดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ
  • ผลของมะละกอ มีหลายลักษณะทั้งแบบรียาว ป้อมสั้น ลักษณะมนเหมือนแตงไทยก็มีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ผลอ่อนจะมีสีเขียวเข้มเมื่อแก่ได้ที่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเหลือง หรือ สีเหลือง

มะละกอ

ประโยชน์และสรรพคุณของมะละกอ

  • ช่วยกระตุ้นน้ำนมมากขึ้นในสตรีให้นมบุตร
  • ช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
  • มีเอนไซม์ที่เป็นยาช่วยย่อยอาหาร สามารถใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ต่างๆให้นุ่มขึ้น
  • ช่วยป้องกันลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟัน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี
  • ช่วยรักษาอาการขัดเบา เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก ด้วยการกินเนื้อมะละกอสุก
  • ช่วยในการย่อยอาหาร
  • ใช้ยางจากผลดิบซึ่งเป็นยาช่วยย่อยโปรตีนในการฆ่าพยาธิ
  • ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยรักษาอาการเท้าบวม
  • ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอก
  • ใช้รักษาอาการผดผื่นคันขึ้นตาม
  • ช่วยรักษาโรคกลาก เกลื้อน เท้าเปื่อย
  • ช่วยรักษาอาการคันอันเกิดมาจากพิษของหอยคัน
  • หากโดนเสี้ยนหรือหนามตำหรือหนามหักคาเนื้อใน
  • หากโดนตะปูตำเท้าเป็นแผล
  • ช่วยรักษาแผลพุพอง อักเสบ
  • ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
  • ใช้รักษาอาการปวดหลังปวดข้อต่าง ๆ
  • ช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อไม่มีแรง
  • ช่วยลดอาการปวดบวม
  • ช่วยป้องกันการเกิดอาการตับโตหรือโรคที่เกี่ยวกับตับ
  • เป็นยาช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
  • มีงานวิจัยมะละกอพบว่าการรับประทานมะละกอเป็นประจำมีส่วนช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็งได้

มะละกอ

ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของมะละกอดิบ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 43 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.82 กรัม
  • น้ำตาล 7.82 กรัม
  • เส้นใย 1.7 กรัม
  • ไขมัน 0.26 กรัม
  • โปรตีน 0.47 กรัม
  • วิตามินเอ 47 ไมโครกรัม
  • เบตาแคโรทีน 274 ไมโครกรัม
  • ลูทีนและซีแซนทีน 89 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.023 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.027 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.357 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.191 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.038 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 38 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 62 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.3 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 2.6 ไมโครกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 20 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.25 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมงกานีส 0.04 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 10 มิลลิกรัม
  • ธาตุโพแทสเซียม 182 มิลลิกรัม
  • ธาตุโซเดียม 8 มิลลิกรัม
  • ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม
  • ไลโคปีน 1,828 ไมโครกรัม

แหล่งที่มาอ้างอิง : ndb.nal.usda.gov