ละมุด ( Sapodilla ) ชื่อวิทยาศาสตร์ Manilkara zapota (L.) P.Royen จัดอยู่ในวงศ์พิกุล SAPOTACEAE เป็นผลไม้ไทยรสชาติหวานหอมมีใยอาหารสูง เนื้อในสัมผัสคล้ายเม็ดทราย ผลสีน้ำตาล นิยมนำมาปลอกเปลือกและแช่เย็นรับประทานสดอร่อยมาก แต่ในปัจจุบันมีการวิจัยพบว่า ในผลละมุดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซีและเอสูงมากๆ แถมยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยงามเปล่งปลั่ง ถ้าหากทานในปริมาณที่พอเหมาะ ในกลุ่มคนรักสุขภาพนิยมนำเอาเนื้อละมุดมาที่เป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ โดยปั่นรวม นมสด เกลือป่นและน้ำแข็งทานทุกเช้าจะทำให้ผิวพรรณดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ผลไม้ชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยรักษาสิวอักเสบอีกด้วย แคลเซียมในผลไม้ชนิดนี้ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง สารต้านอนุมูลอิสระในละมุดช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเซลล์มะเร็งในลำไส้และในผลไม้ชนิดนี้เต็มไปด้วยใยอาหารซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ปกติขึ้น และวิตามินเอ ช่วยกระตุ้นการมองเห็นให้ทำงานได้ดีขึ้น

ละมุด

ละมุด เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดกลางทรงพุ่มค่อนข้างโปร่งเจริญเติบโตเร็วกิ่งเปราะและแตกหักง่ายผิวเรียบสีน้ำตาลอ่อนเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล โดยใบแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะที่แตกต่างกันโดยปลายใบยาวแหลมโคนใบแคบผิวใบสีเขียวมันท้องใบสีเขียวอ่อนใบอยู่เป็นกระจุกแน่นตามปลายกิ่ง ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศลักษณะเป็นดอกเดี่ยวออกดอกบริเวณปลายซอกและปลายยอดกิ่ง ผลมีลักษณะกลมรีผิวสีน้ำตาล ผลดิบจะมีรสชาติที่ฝาดแต่ถ้าแก่เต็มที่จะมีรสหวานหอมอร่อย

ประโยชน์และ สรรพคุณของละมุด

  • อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยทำให้เหงือกแข็งแรง
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยงามเปล่งปลั่ง
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของประสาทตา ช่วยบำรุงสายตา
  • ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกาย

ละมุด

ข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของละมุด ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 83 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 19.96 กรัม
  • เส้นใย 5.3 กรัม
  • ไขมัน 1.1 กรัม
  • โปรตีน 0.44 กรัม
  • วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.252 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.037 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 14 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม
  • ธาตุโพแทสเซียม 193 มิลลิกรัม
  • ธาตุโซเดียม 12 มิลลิกรัม
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม

แหล่งที่มาอ้างอิง : ndb.nal.usda.gov

ข้อควรระวังในการรับประทาน เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีน้ำตาลในปริมาณค่อนข้างสูงไม้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ไม่ควรให้เด็กเล็กรับประทานเพียงลำพังเพราะเม็กละมุมมีความมันลื่นอาจจะไหลลงไปติดคอเด็กได้ความนำเม็ดออกก่อนให้เด็กรับประทาน